ศึกแดงเดือด ระหว่าง แมนยู VS ลิเวอร์พูล ที่ในปัจจุบัน ดูจะไม่ค่อยเดือด เหมือนเมื่อในอดีตอีกแล้ว

ศึกแดงเดือด ระหว่าง 2 ทีมยักษ์ใหญ่ แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ประวัติศาสตร์ ของทั้ง 2 ทีมเคยเป็นคู่ปรับ คู่แค้น กันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เมื่อในอดีต จากชนชั้นแรงงาน ของทั้ง 2 เมือง ที่เกิดความขัดแย้งกัน จนลุกลามไปสู่ แม้กระทั้ง ในเกมลูกหนังตาม ศึกแดงเดือด ประวัติ ที่เป็นมา

เชื่อว่าเมื่อนึกถึง ศึกแดงเดือดลิเวอร์พูลกับแมนยู แฟนบอลส่วนใหญ่ ของทั้ง 2 ทีมที่มีจำนวน มากที่สุด ในเมืองไทย และทั่วโลก คงมีภาพจำในศึกแดงเดือด กับเกมการแข่งขัน ที่มีคุณภาพ แบบเต็มร้อย นักเตะวิ่งเข้าใส่กัน แบบไม่มีใครยอมใคร 

โดยมีเรื่องของศักดิ์ศรี และ 3 คะแนนเป็นเดิมพัน แต่สำหรับ ศึกแดงเดือด ในยุคหลังๆ จากเท่าที่เคยรับชม และติดตามมาโดยตลอด ดูเหมือนว่า มันจะไม่ค่อยเร้าใจ และสนุกตื่นเต้น เหมือนเดิมอีกแล้ว ซึ่งมันก็อาจเกิดจาก หลายๆปัจจัย ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

และเปลี่ยนแปลง ไปตามกาลเวลา แต่ถึงอย่างไร ถ้าให้พูด ในฐานะแฟนบอลพันธ์แท้ ของทั้ง 2 ทีมไม่ว่า ศึกแดงเดือด ในช่วงหลังนั้น จะเปลี่ยนแปลง จนไม่เหมือนเดิม ไปอย่างไรก็ตาม แต่เชื่อว่า แฟนบอลขนานแท้ ของทั้ง 2 ทีม ก็จะยังคงมี อารมณ์ร่วม

กับศึกแดงเดือด ที่ไม่แตกต่าง ไปจากเดิม อย่างแน่นอน แม้ว่าสถานการณ์ของทีมโปรด จะตกอยู่ใน สถานะไหน จะตกอยู่ ในช่วงแห่งความตกต่ำ หรืออยู่ในจุด ที่สูงที่สุด การพบกัน ของทั้ง 2 ทีมกับ ศึกนัดแดงเดือด ไม่ว่าจะเจอกัน ที่ไหนและเมื่อไหร่

มันจะยังไม่เสื่อมคลาย ในความรู้สึก ของแฟนบอล ไปอย่างแน่นอน แม้บางครั้ง จะมีความรู้สึกว่า มันไม่น่าดู และน่าติดตามเหมือนเมื่อก่อน บทความกีฬาที่น่าสนใจ วันนี้ลองมาดูกันว่า อะไรคือสาเหตุ ที่ทำให้ ศึกแดงเดือด ไม่ค่อยจะเดือด เหมือนในอดีต

ศึกแดงเดือด

ความห่างชั้น ระหว่างสองทีม เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง

ถ้าถามแฟนบอล ของทั้ง 2 ทีมในยุคนี้ ว่าทำไม ถึงรู้สึกว่า ฟุตบอล นัดแดงเดือด ในครั้งหลังๆ ถึงไม่ค่อยสนุก เหมือนเมื่อก่อน ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ระดับมาตารฐาน ของทั้ง 2 ทีม เริ่มห่างชั้น กันมากขึ้นเรื่อยๆ

หากพูดถึง แมนยู ไนเต็ด เพราะนับตั้งแต่ ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือจากการคุมทีมไป ต่อจากนั้นทีมก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย แต่กลับกัน ทีมสีแดงอีกฝั่งหนึ่ง อย่างหงส์แดง กับยกมาตรฐานการเล่น ที่สูงขึ้น อย่างน่ากลัว จนยกสถานะ เป็นทีมลุ้นแชมป์ ในทุกฤดูกาล 

ซึ่งมันสะท้อนออกมา จนเห็นได้ ชัดเจนที่สุดกับ ศึกแดงเดือดล่าสุด ทั้ง 2 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ใครจะไปเชื่อว่า เมื่อรวมผลการแข่งขัน ทั้ง 2 นัด สกอร์ที่ออกมา ปีศาจแดง จะโดนยิงไปถึง 9 ลูก จากนัดแรก ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนเป็นหงส์แดง บุกมาถล่มถึงถิ่น ไปถึง 5-0 ใน แดงเดือด 2022

ก่อนเจอกัน เกมที่ 2 ที่สนามแอนฟิลด์ บ้านของหงส์แดง เป็นลิเวอร์พูล อีกเช่นเคย ที่ถล่มเอาชนะ ไปได้ถึง 4-0 ซึ่งจากผลงานทั้ง 2 นัด เมื่อซีซั่นที่แล้ว แน่นอนว่า มันสร้างความละเหี่ยใจ ให้เหล่าสาวก เร้ด อาร์มี่ทั่วโลก เป็นอย่างมาก

และทำให้ยอมจำนนได้เลยว่า ระดับของทั้ง 2 ทีมในทุกวันนี้ มันคนละระดับ แล้วจริงๆ ซึ่งมันแตกต่าง จากเมื่อในอดีต แบบหน้ามือ เป็นหลังมือ อย่างในอดีต ถ้ามีผลแพ้ชนะ แต่เกมโดยรวม ก็จะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ อย่างแน่นอน แต่ทุกวันนี้ แฟนบอลบางคน กลับเลือกปิด ทีวี ตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรกด้วยซ้ำ

ศึกแดงเดือด อารมณ์ร่วมในเกม และความมุ่งมั่น โดยเฉพาะทางฝั่งแมนยู ดูเหมือนว่า จะไม่หลงเหลืออีกแล้ว

ศึกแดงเดือด

เรื่องของอารมณ์ร่วมในเกม โดยเฉพาะกับในศึกแดงเดือด ในอดีตนั้น ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า มันคือปัจจัย ที่ทำให้ ศึกนัดแดงเดือด นั้นออกมาเดือดจริงๆ โดยมีเรื่องของผลงาน และศักดิ์ศรี เป็นตัวเดิมพัน แต่ในทุกวันนี้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อีกต่อไป

ผลการแข่งขัน 4-0 ที่แอนฟิลด์ เมื่อฤดุกาลที่แล้ว บ่งบอกได้ชัดเจนที่สุด ทีมหนึ่งเล่นอย่างมี ความกระหาย และมีจุดมุ่งหมาย ที่ชัดเจน แต่กลับอีกทีม เหมือนเล่นแค่ให้มัน ผ่านๆไป ให้ครบตามโปรแกรม แบบว่าไม่มีอะไร ที่ต้องลุ้นแล้ว

ซึ่งในจุดนี้ สร้างความเจ็บปวด ให้กับแฟนบอล ปีศาจแดง เป็นอย่างมาก เพราะเขามองว่า ถ้าจะแพ้ ก็ขอให้แพ้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งถ้าเล่นเต็มที่ จะห่างชั้นกันแค่ไหน ทีมจะแพ้อีกกี่ลูกก็ตาม ก็ยังพอที่จะรับได้ แต่มันก็ไม่ใช่เช่นนั้นอีกแล้ว เพราะนักเตะแมนยู ไม่มีความรู้สึกร่วม เช่นนั้นอีกแล้ว

มันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม แฟนบอลปีศาจแดงหลายคน ถึงมีความรู้สึกว่า ศึกแดงเดือด จึงไม่ค่อยสนุกตื่นเต้น เหมือนเมื่อก่อน

ในฤดูกาลใหม่ ที่จะถึงนี้ น่าจะมีความพิเศษขึ้นมาอีกหน่อย เพราะทั้ง 2 ทีม ต่างต้องการชัยชนะ

ศึกแดงเดือด

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2022-2023 ที่เปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โปรแกรมการแข่งขัน ศึกแดงเดือด เดินทางมาถึงเร็ว ตั้งแต่นัดที่ 3 ของฤดูกาล แดงเดือดนัดนี้ น่าจะเป็นที่สนใจ จากแฟนบอลของทั้ง 2 ทีม อย่างแน่นอน

เพราะในฤดูกาลใหม่นี้ ทั้ง 2 ทีม มีการเปลี่ยนแปลง ในหลายๆส่วน อยู่พอสมควร โดยเฉพาะทางฝั่งเจ้าถิ่นแมนยู ที่ในปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลง ผู้จัดการทีมอีกครั้ง มาเป็น เอริก เทน ฮาก เช่นเดียวกับฝั่งหงส์แดง ที่มีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนของตัวผู้เล่น

หลังจากการย้ายทีมออกไป ของหัวใจในแนวรุก อย่าง ซาดิโอมาเน่ ที่ย้านไปเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมัน กับบาเยริน์ มิวนิค ก่อนที่จะถูกแทนนที่โดยนักเตะที่ชื่อว่า ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าค่าตัวแพง แต่หากพูดถึง ผลงานการออกสตาร์ทฤดูกาล ไปแล้ว 2 เกม

ผลงานของทั้ง 2 ทีม ถือว่าน่าผิดหวังมาก โดยเฉพาะทางฝั่ง ปีศาจแดง ที่แพ้รวด 2 นัด โดยไปถึง 6 ลูก จากการแพ้ต่อไบร์ทตัน และเบรนต์ฟอร์ด ส่วนทางฝั่งหงส์แดง ก็ยังดีกว่านิด จากผลเสมอ ใน 2 เกมแรก กับฟูแล่ม และพาเลซ เก็บได้ 2 คะแนน 

ดังนั้นเกมในวันจันทร์ที่ 22 สิงหาคมนี้กับ แดงเดือดนัด ต่อ ไป จึงมีความน่าสนใจกว่า ศึกแดงเดือดวันไหน ๆ เพราะต่างฝ่าย ก็ต่างต้องการ ชัยชนะอย่างแน่นอน เพราะมันจะช่วย ำหนดทิศทางของทีม ในฤดูกาลนี้ ของทั้ง 2 ทีมได้เลย เชื่อว่าเกมในวันจันทร์นี้ คงจะเป็นอีกหนึ่งแดงเดือด ที่น่าจะพิเศศที่สุด

แม้เกมนี้ทีมเยือน อาจไม่มีกองหน้าตัวใหม่ อย่างนูนเญซ ที่ติดโทษแบน รวมถึงแฟนผีแดง ที่รอดูการจัดตัว ของเอริกเทนฮาก ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หลังโดนถล่มเละ ใน 2 เกมแรก เกมนี้นัดนี้ ขอบอกแฟนแมนยู ไว้ก่อนเลยว่า ลืมเรื่องศึกแดงเดือด ในเมืองไทย ศึกแดงเดือด ราชมัง ไปได้เลย 

เพราะหลังจากนี้ จะเป็นของจริงล้วนๆ ยังไงก็แล้วแต่ ก็ขอให้แฟนบอลทั้ง 2 ทีม ติดตามชมและเชียร์ ทีมรักของตัวเอง ให้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขครับ เว็บ พนัน ออนไลน์ ฟรี เครดิต

By Bangball

Son Heung-min Previous post Son Heung-min ของท็อตแนมถูกเหยียดเชื้อชาติที่ Stamford Bridge
ยิงปลา ออนไลน์ Next post ยิงปลา ออนไลน์ เกมยิงปลาออนไลน์เล่นได้เงินจริง ถอนได้เงินชัวร์ ปลาตายง่ายที่สุด ไม่มีฝากขั้นต่ำ มีโบนัสฟรีแจก