ข่าวบอล ก่อนเกมบิ๊กแมตช์ ก็มีอยู่สองสามประเด็นให้สงสัย

 

ข่าวบอล คลอปป์​ จะใช้เซนเตอร์อาชีพเลยมั้ย

เป๊ป จะมาไม้ไหนกับลิเวอร์พูล บุกหรือเอาเชิง

แล้วผลที่ออกมาจะมีผลยังไงต่อไป

เกมนี้คือเกมที่ลิเวอร์พูลต้องแสดงปฏิกริยา

คงไม่ใช้เพราะแพ้คาบ้านสองเกมติดต่อ

แต่เพราะเจอแมนฯซิตี้ ทีมคุณภาพ

หากสะลึมสะลือ ไม่สดชื่น ล้าๆ จะโดนได้

ว่ากันหลังจบเกมนะครับ

1 เจเค “เน้นชัวร์”

การไม่ส่ง โอซาน คาบัค ลงเล่น ชัดเจน

พึ่งซ้อม, เกมนี้ เกมใหญ่ คือซิตี้

ต้องการความแน่นอนในเกมทั้งหมด

จะเสี่ยงเหมือนแฟนบอลทั่วไปไม่ได้

เฮนโด-ฟาบินโญ คุมรับให้แน่นและนิ่ง

ส่วนตรงกลาง ส่ง เคอร์ติส โจนส์ ใช้ความสดลง

มี จีนี และ ติอาโก ไม่เสียหาย ข้างหน้าตัวเต็ม

2 เป๊ป เน้น “ตัวรุกข้างหน้า”

ไม่แปลกที่ เป๊ป จัด ฟิล โฟเดน เล่นหน้าปลอม

ราฮีม และ มาห์เรส ตัวข้าง

กลางสามคนคือ กุนโดกัน,​โรดริ และ บ.ซิลวา

หลังตามนั้น แค่ส่ง ซินเชนโก มายืนแบ๊กซ้าย

ดูแล้วเหมือน เป๊ป เน้นพวกคล่องข้างหน้า เลี้ยงกินตัวได้ดี

3 ครึ่งแรก….เกมเป็นของหงส์

ทีมเป๊ปพยายามเพรสซิงแย่งบอลแดนกลาง

เพื่อครองเกมให้ได้ โดยใช้ กานเซโล เข้าไปข้างใน

เพื่อรุมแย่งบอลเพิ่มขึ้นเท่ากับมี โรดริ, กานเซโล, ซินเชนโก และ ซิลวา

ในการแย่งบอลให้เด็กหงส์เสียบอลง่ายนและเร็วสุด

แต่ถ้าแย่งไม่ได้…ถอยกลับในแดนทันที

กานเซโล คือตัวหมากสำคัญในการขยับเข้าไปใน

เพื่อเล่นกับ โรดริ คอยแย่งบอลแดนกลางด้วย

ส่วนพื้นที่แบ๊กขวา แบร์นาโด ซิลวา เข้าไปแทนก่อน

30 นาทีแรกจึงออกมาแบบก้ำกึ่ง

มีบางช่วงลิเวอร์พูลครองบอลโจมตีได้ดีกว่า

โดยเฉพาะบอลด้านแบ๊กสองข้าง ทำได้ดี

พอ15 นาทีสุดท้ายหงส์ดีกว่าคุมเกมได้หมด

ทำเกมจนแมนฯซิตี้ ถอยร่นไปรับสวนอย่างเดียว

ซึ่งเกือบได้ผลเพราะ ราฮีม ใช้ความสามารถเฉพาะตัว

เลี้ยงเจาะฝั่ง เทร้นต์ ปกติไม่ผ่าน แต่พอผ่านได้

ฟาบินโญทำเสียจุดโทษ…

ปรากฏว่า กุนโดกัน ยิงข้ามคานเฉย..

ถือว่าเกมเป็นของหงส์…

แต่รอดพ้นการเสียประตูจากการเสียจุดโทษ

4 ครึ่งหลัง…..พลาดคือโดน

เป๊ป ปรับมาเล่น 4-4-2 ให้ โฟเดน เล่นหน้ากับ ซิลวา

ปีกสองข้างคือ ราฮีม กับ มาห์เรส แล้วโจมตีจุดเดิม

ประตูของซิตี้ สะท้อนความสามารถของ ราฮีม

ครึ่งแรกเขาเรียกจุดโทษได้ จากการเลี้ยงกินตัวไปสามคน

ครึ่งหลัง เป๊ป ใช้วิธีการเดิม เพียงแต่ เอา โฟเดน มาอยู่ใกล้

ผลคือ ราฮีม เลี้ยงฝ่าไปให้ โฟเดน ในเขต ก่อนได้ยิงด้วยซ้าย

ตรงนั้นมีกองหลังหงส์สี่ คน ล้อม ราฮีม กับ โฟเดน

แต่โฟเดน ได้ยิง ให้ เบคเกอร์ เซฟมาเข้าทาง กุนโดกัน….ไม่เหลือ

จุดนี้คือ ความสามารถของ ราฮีม และ โฟเดน

และมันคือสิ่งที่ เป๊ป ต้องการเล่นในครึ่งแรกเกือบได้ผล ได้จุดโทษ

มันมาได้ผลในครึ่งหลัง…ราฮีม เลี้ยงหลบผู้เล่นลิเวอร์พูลง่ายๆในเขตโทษ

5 อ.เบคเกอร์ …ไม่สบายจริงๆ

คงโดนล้อไปอีกนานสำหรับการออกบอลของ อ.เบคเกอร์

เกมที่เสมอ 1-1 และดูไม่มีอะไรที่กดดัน

ทว่า…อลีสซง เบคเกอร์ ที่พึ่งหายป่วย กลับมาพลาดในครึ่งหลัง

ประตู2-1,3-1 คือ ความผิดพลาดของ เบคเกอร์ อย่างแท้จริง

ออกบอลไม่ละเอียด….อย่างเหลือเชื่อ

แต่ผมก็เฉยๆนะครับ เพราะบอลแพ้ทั้งทีม

มันมีวันที่ผิดพลาดกันอยู่แล้ว และพอพลาดให้ทีมคุณภาพ

คุณโดนลงโทษอย่างเจ็บปวดแน่นอน

6 โฟเดน ฉายครึ่งหลัง

ฟิล โฟเดน ดูเงียบในครึ่งแรก เพราะไม่มีโอกาสกับหน้าตัวปลอม

ครึ่งหลังเขาเล่นกับ ราฮีม จนได้ลูกแรก

ลูก 2-1 เลี้ยงหลบกองหลัง เฮนโด ได้ง่ายก่อนจ่ายให้ กุนโดกัน

ความสามารถเฉพาะตัวของ โฟเดน มาฉายครึ่งหลัง

อย่างที่ เป๊ป เคยพูดเอาไว้ก่อนเกมว่า เด็กคนนี้มีของ

ลูก 4 ยิงแสกหน้า อ.เบคเกอร์ อย่างเจ็บปวด

ครั้งล่าสุดที่แมนฯซิตี้ ชนะลิเวอร์พูลในแอนฟิลด์ปี 2003

ยุค เควิน คีแกน คุม จากนั้น 17 ปี พวกเขาไม่เคยบุกมา

กระทั่ง เป๊ป เองพยายามหลายครั้ง จนมาได้ชัยชนะครั้งนี้

สถิติคือ ลิเวอร์พูลชนะ 12 เสมอ 5 ซิตี้ ชนะ 1

โอเค เกมจบ….ด้วยความพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวด

มันเหมือนกันกับส่งมอบแชมป์กลับคืนให้ แมนฯซิตี้

ผมเชื่อว่า ผู้ท้าชิงปีนี้ไม่น่าจะมีหลงเหลือละครับ

ไม่ได้ปรามาสทีมอื่นๆ….

แต่เพราะ ซิตี้ ยอดเยี่ยมอยู่ทีมเดียว…

ส่วนลิเวอร์พูลนั้นสถิติอันเลวร้ายแพ้รวดสามนัดคาบ้าน

เคยเกิดขึ้นล่าสุดคือปี1963

บิลล์ แชงค์ลีย์ ทำทีมแพ้ในแอนฟิลด์ สามนัดรวด

2021 เจอร์เก้น คลอปป์ คือผ.จ.ก. คนล่าสุด

แต่นันคงไม่สำคัญเท่ากับ…

การต่อสู้ในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาลนี้

ต้องกระตุ้นสติ ปลุกมันขึ้นมาใหม่…

ไม่งั้นหลุดแล้วหลุดยาว…

แบบว่าที่4 มีโอกาสพลาดด้วยถ้ายังไม่รีบกลับมา

 

ขอบคุณข่าว : https://www.siamsport.co.th/

สนใจสมัคร ติดต่อ : https://www.brownssportinggoods.com/